การดูแลรักษาสุขภาพกาย+สุขภาพจิต
การดูแลรักษาสุขภาพทั้งกายและจิตนั้นสามารถดูควบคู่ไปด้วยกันได้ นั่นคือการรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ คือ ไม่จำเป็นต้องกินของแพงแต่กินของที่มีประโยชน์ เนื่องจากในปัจจุบันนี้อาหารมีสารพิษตกค้างอยู่มาก จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกเพื่อไม่ให้สารพิษตกค้างในร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ มากกว่าการรับประทานพวกแป้ง และเนื้อสัตว์ ออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องวิ่ง หรือ เข้าฟิสเนสที่หรูหรา การทำโยคะหรือการทำงานให้ได้เหงื่อก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตในปัจจุบัน การพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง ในยามเจ็บป่วยก็ควรจะรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง หรือพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งแพทย์ก็จะให้คำแนะนำที่ดี ขณะคุณเจ็บป่วยว่าคุณควรจะทำอย่างไร
สำคัญที่สุดก็คือจิตใจของคุณที่จะต้องดูแลให้มีพลังอยู่เสมอ เพื่อต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆที่เข้ามาในสมอง ในความคิดของคุณ ที่จะทำให้คุณทุกข์ เครียด เศร้า การหาทางออกหลาย ๆ ทาง การแก้ปัญหาเมื่อเกิดปัญหาขึ้นถ้าคลี่คลายได้ยากก็ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แต่ตัวคุณเองอาจจะฝึกตัวเองเด้วยการทำสมาธิ หาเวลาผ่อนคลาย หากิจกรรมที่ชอบทำ การได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง ปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ปัญหาของคุณคลี่คลาย แต่ถ้าคุณเกิดเจ็บป่วยแล้วการดูแลจิตใจก็จะเป็นเรื่องของกำลังใจ ที่คุณได้จากคนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้คุณหายป่วยได้เร็วขึ้นส่วนหนึ่ง
การดูแลสุขภาพเส้นผม
1.ต้องใช้โลชั่น Hair Revive อย่างสม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยสเปรย์ Hair Revive ลงบนบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วงและโดยรอบ นวด คลึง ให้ทั่วอย่างเบาๆ
2.เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดควรใช้หลังสระผม และเป่าผมให้แห้งแล้วจึงสเปรย์โลชั่น แล้วนวด คลึง ให้ทั่วบริเวณอย่างเบาๆเพื่อให้สารสกัดจากธรรมชาติซึมซาบเข้าสู่รูขุมขนอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้ได้ผลที่ดี ควรใช้อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน
3.ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ดีกรีสูงและงดสูบบุหรี่
4.พักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อไม่ให้ร่างกายทรุดโทรม และสามารถซ่อมแซมส่วนที่ซึกหรอ และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการนอนดึกอย่างเด็ดขาด
5.ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสจัดและเค็มมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคไต อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วง
6.ควรใช้แชมพูที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อคนผมร่วง ผมบางโดยเฉพาะ ควรเป็นแชมพูบริสุทธิ์ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติที่ปร่ศจากสารเจือปนอื่นๆ เช่น สีย้อม สารแต่งกลิ่น หรือวัตถุกันเสียที่มักพบในแชมพูอื่นๆ ช่วยขจัดไขมันส่วนเกิน ทำความสะอาดหนังศีรษะ ปรับสภาพเส้นผม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผมร่วงหรือผมบางได้อย่างอ่อนละมุน
7.ควรหมั่นนวดหนังศีรษะ โดยใช้ปลายนิ้วนวดและคลึงหนังศีรษะให้ทั่วๆ บริเวณที่มีอาการผมร่วง อย่างเบาๆ ทุกวัน วันละอย่างน้อย 5 นาที เพื่อเป็นการกระตุ้นให้โลหิตมาหล่อเลี้ยงยังบริเวณรากผม ซึ่งวิธีนี้ถูกนำไปใช้ประกอบการรักษาอาการผมร่วงอย่างแพร่หลาย
8.การใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุดนั้น ต้องใชควบคู่กันทั้ง ทรีทเม้นท์ และแชมพู เนื่องจากในสภาพความเป็นจริงนั้นการใช้แชมพูอะไรก็ตามเพียง อย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะทำให้เส้นผมใหม่งอกขึ้นมาได้ เพราะระยะเวลาที่แชมพูอยู่บนหนังศีรษะของเรานั้น เป็นช่วงเวลา ที่สั้น ไม่เหมือนกับทรีทเม้นท์ ซึ่งจะอยู่บนหนังศีรษะของเราตลอดระยะเวลา ของการใช้ ดังนั้น ประสิทธิภาพของการทำงานจะดีกว่า และได้ผลมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเวลานอน ซึ่งร่างกายจะมีการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทน ส่วนที่สึกหรอไป
มหัศจรรย์♥ อาหารเพื่อสุขภาพ
♥เต้าหู้...คุณภาพคับก้อน
จากเมล็ดถั่วเหลืองซึ่งจัดว่าเป็นยอดขุนพลของพืชตระกูลถั่ว ถูกแปลงโฉมมาเป็นเต้าหู้หลากหลายรูปแบบมีทั้งชนิดก้อน ชนิดหลอดจะเลือกแบบแข็งหรือแบบนิ่มก็ยังได้เลือกได้ตามใจชอบกัน ราคาก็ไม่แพง หาซื้อได้ง่าย แต่ให้คุณค่าสูงอุดมด้วยโปรตีน เหล็กและแคลเซียม แต่ปลอดคลอเรสเตอรอล
ดร.แอนเดอร์สันแห่งมหาวิทยาลัยเคนตักกี ระบุว่า การกินเต้าหู้เป็นประจำทุกวันจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและยังช่วยป้องกันการผิดปกติของฮอร์โมนที่จะก่อให้เกิดมะเร็งบางชนิดโดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำใส้ สำหรับสาวๆที่ต้องการมีผิวพรรณที่สดใส ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรรับประทานเต้าหู้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
จัดเมนูอาหารเต้าหู้ไว้บนโต๊ะอาหารทุกวันนอกจากสุขภาพจะดีแล้วผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นอีกด้วย เห็นไหมครับคุณภาพคับก้อนจริงๆ
♥มะเขือเทศพระเอกตัวจริงของอาหารอิตาลี
ผลไม้สีสันสดใสชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก ต่อมาได้นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในยุโรปแต่กลายมาเป็นพระเอกตัวจริงในอิตาลี ..ชาวอิตาลีจัดได้ว่าเป็นนักบริโภคมะเขือเทศตัวยงอาหารยอดฮิตของอิตาลีล้วนมีมะเขือเทศเป็นส่วนผสมสำคัญเคล็ดลับความอร่อยของอาหารอิตาลีจึงอยู่ที่ซอสมะเขือเทศนี่แหล่ะ
ผลสรุปของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า การบริโภคมะเขือเทศและผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศในปริมาณสูงสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งหลายชนิดได้ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งในช่องท้อง เนื่องจากในมะเขือเทศมีสารไลโคพีน (Lycopene) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง และโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้วิตามินเอและซีในมะเขือเทศ ก็ยังช่วยให้สุขภาพผิวสดใสชนิดที่ไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางราคาแพงกันเลยทีเดียว
♥กินกระเทียมให้เป็นยาโดยไม่ต้องพึ่งใบสั่งแพทย์
คงจะคุ้นเคยกันดีสำหรับพืชสมุนไพรชนิดนี้เพราะแทบทุก ครัวเรือนต่างมีไว้คู่ครัวถ้าศึกษาจากผลงานวิจัยของนักวิทยศาสตร์ทั่วโลกแล้วเราอาจจะต้องเก็บกระเทียมไว้เคียงคู่กับตู้ยาก็เป็นได้
ดร.วาร์โร อี.ไทเลอร์ ที่ปรึกษาคณะเภสัชศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเพอดู เวส ลาฟาเยต พบว่ากระเทียมมีสรรพคุณเสมือนยาแอสไพริน คือทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้นสารอัลลิซินในกระเทียมจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงช่วยให้ระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากนี้การกินกระเทียมเป็นประจำทุกวัน โรคหัวใจก็ไม่ถามหากันง่าย ๆเพราะกระเทียมเป็นตัวช่วยลดปริมาณคลอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้เป็นอย่างดียังไม่หมดเท่านี้ สำหรับสรรพคุณของกระเทียม
..หากเราย้อนประวัติศาสตร์ไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กระเทียมเป็นผู้ช่วยตัวเอกในการรักษาบาดแผลของทหารเนื่องจากกระเทียมมีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อโรคสารพัดชนิดทั้งเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา
ก่อนจะหยิบอาหารเข้าปากในมื้อต่อไปอย่าลืมกระเทียมสดๆ สัก 2 ช้อนชา รับประทานคู่กับอาหารมื้ออร่อยของคุณนะครับ คุณจะได้สารอาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสรรพคุณทางยาทีเดียว
♥แก้นิสัยโกรธง่ายด้วยโยเกิร์ต
ดร.เม็ทชนิคอฟแห่งสถาบันปาสเตอร์ ในฝรั่งเศส ได้สรุปผลงานของเขาไว้ว่า การกินโยเกิร์ตทุกวันจะทำให้สุขภาพดีและอายุยืนจุลินทรีย์แลคโตแบคซิลัสในโยเกิร์ตจะช่วยสร้างยาปฎิชีวนะในลำใส้ ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อแบททีเรียต่างๆเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ลำใส้ ป้องกันกระเพาะจากการเป็นแผล ลดไขมันในเส้นเลือดและยังช่วยไม่ให้ฟุ้งซ่านและโกรธง่ายอีกด้วย
น้ำ หรือ โค้ก
ถ้าท่านรู้เรื่องนี้ท่านจะดื่มน้ำมากขึ้น เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย 75% มีงานวิจัยพบว่าในคน 100 คนที่ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้คน 80 คนลดอาการปวดหลังปวดข้อลงได้ และการดื่มน้ำวันละ 5 แก้วลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ได้ถึง 45 % มะเร็งเต้านมได้ 79% และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้เกือบ 50%
ทีนี้มาลองรู้จักน้ำ “โค้ก”กันหน่อย แน่นอนโค้กรสชาติยอดเยี่ยม
แต่ตำรวจทางหลวงจะบรรทุกโค้ก 2 แกลลอนในช่องท้ายรถเพื่อเวลามีรถชนกันสามารถเอา 'น้ำโค้ก'ล้างเลือดบนถนนได้เกลี้ยงเกลา
ถ้าเอา T-bone steak ใส่ในชามกะละมังที่มีน้ำโค้กเต็ม จะพบว่าจะถูกละลายไปหมดใน2 วัน
รินโค้ก 1 กระป๋องลงในโถส้วมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วชักโครกกรดซิตริกในโค้กจะล้างคราบสกปรกในโถส้วมได้สะอาด
ถ้าต้องการกัดสนิมที่กันชนชุมโครเมี่ยมของรถ ให้เอาที่ขัดที่ทำด้วย foil ชุบโค้ก ขัดสนิมจะออกหมด
ถ้าจะล้างทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ที่มีคราบกรดเกลือเกาะขาวๆ ให้เทน้ำโค้ก ฟองจะกัดคราบขาวออกได้หมด
ถ้าจุดขวดติดแน่น งัดไม่ออก เอาผ้าชุบน้ำโค้กหุ้มไว้หลายๆ นาที จะบิดจุดขวดออกได้โดยง่าย
ถ้าจะปิ้ง moist ham ให้เทโค้ก 1 กระป๋อง เทลงในกระทะ ห่อแฮมด้วยอะลูมิเนียมฟอล์ยแล้วปิ้ง 30 นาที ก่อนแฮมจะสุก แกะฟอล์ยออกปล่อยให้น้ำเนื้อหยดลงไปผสมกับน้ำโค้กในกระทะ ท่านจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล
การล้างคราบไขมันจากเสื้อผ้าให้ใช้น้ำโค้ก 1 กระป๋อง ผสมกับผงซักฟอกในปริมาณที่จะใส่ในเครื่องซัก ปล่อยให้ซักด้วยเครื่องตามปกติ โค้กจะช่วยกำจัดคราบไขมันได้สะอาดหมดจด
ท่านสามารถผสมโค้กลงในน้ำล้างกระจกรถยนต์ ฟอสฟอริคแอซิดในโค้ก จะช่วยทำความสะอาดกระจกได้ดี
น้ำโค้กมี pH 2.8 ถ้าตัดเล็บแช่ในน้ำโค้ก 4 วัน จะละลายหมด
เวลาขนย้ายน้ำโค้กเข้มข้นเพื่อส่งตามโรงงานทั่วโลกที่รถ truck จะต้องติดป้ายไว้ว่า “มีวัตถุที่มีกรดกัดกร่อนได้ เป็นอันตราย”
บริษัทขายน้ำโค้กใช้น้ำโค้กทำความสะอาดเครื่องยนต์ของรถ truck มานานประมาณ 20 ปีแล้ว
ท่านยังอยากดื่ม โค้ก หรือดื่มน้ำกัน เลือกเอาเอง